ชื่อผู้ใช้: รหัสผ่าน: สมัครสมาชิก|ลืมรหัสผ่าน
   
 
 
 
 
FAQ
   
กลุ่มของคำถาม - ทั่วไป
   
1
ผมทำธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร มีคนพูดถึง HACCP อยากทราบว่า HACCP คืออะไร ?
 
HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) คือ ระบบวิเคราะห์อันตรายและจุดควบคุมอันตราย ที่มีโอกาส เกิดขึ้นในผลิตภัณฑ์อาหาร ระบบนี้ได้รับการยอมรับ อย่างกว้างขวางจากนานาประเทศถึงประสิทธิภาพ การประกัน ความปลอดภัย ของผลิตภัณฑ์อาหาร สำหรับผู้บริโภค เนื่องจากระบบ HACCP เป็นระบบที่ออกแบบมา เพื่อควบคุมอันตราย ณ จุดหรือขั้นตอน การผลิตที่อันตรายเหล่านั้นมีโอกาสเกิดขึ้น จึงสามารถประกันความปลอดภัย ของผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่าการตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์ สุดท้าย หรือการควบคุมคุณภาพที่ใช้กันอยู่เดิม ซึ่งมีความจำกัดของขนาดตัวอย่างที่สุ่ม นอกจากนั้นระบบ HACCP ยังมีศักยภาพ ในการระบุบริเวณ หรือขั้นตอนการผลิตที่มีโอกาส เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ แม้ว่าจุดหรือในขั้นตอนดังกล่าว จะยังไม่เคยเกิด อันตรายมาก่อน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินงานใหม่
 
 
2
ถ้าต้องการทำธุรกิจเพื่อส่งออกจะเริ่มต้นหาลูกค้าต่างประเทศได้อย่างไร ?
 
การที่จะหาลูกค้าต่างประเทศผู้ส่งออกควรมีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
  1. ควรทราบความต้องการของลูกค้าหรือผู้บริโภคของตลาดที่ต้องการส่งสินค้าไปขาย
  2. ควรทราบขนาดของตลาดที่ต้องส่งสินค้าไปขาย โดยพิจารณาจาก Population และ Purchasing Power
  3. พิจารณาด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการเมือง ของประเทศที่จะส่งสินค้าไปขายว่ามีความมั่นคงมากน้อยเพียงใด
  4. เป็นการพิจารณาด้านแนวโน้มการขยายตัวของการนำเข้า โดยศึกษาได้จากข้อมูลทางสถิติต่าง ๆ ย้อนหลังประมาณ 3 - 5 ปี
  5. การศึกษาลู่ทางการจัดจำหน่าย จะทำให้สามารถเลือกติดต่อกับลูกค้าได้ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ในการตั้งราคา อีกด้วย
  6. ต้องมีความเข้าใจในกฎระเบียบการนำเข้าว่ามีขั้นตอนหรือข้อจำกัดอะไรบ้าง
  7. ผู้ส่งออกจะต้องมีความรู้ในด้านเหล่านี้เพื่อจะได้เตรียมพร้อมที่จะส่งออกไปตลาดนั้น ๆ ได้อย่างถูกต้อง
  8. ผู้ส่งออกจะต้องศึกษาถึงขั้นตอนและวิธีการส่งออกตลอดจนค่าระวาง และระยะเวลาในการขนส่งเพื่อ จะได้กำหนดวันส่งมอบ สินค้าได้อย่างถูกต้อง
  9. ผู้ส่งออกจะต้องมีความเข้าใจว่าประเทศนั้น มีข้อกำหนดอะไรบ้าง เพื่อจะได้เตรียมพร้อมในการแก้ไขปัญหาล่วงหน้า
 
 
3
ทราบว่าการที่จะส่งสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปไปต่างประเทศจะต้องผ่านมาตรฐานที่ ต่างประเทศกำหนด อยากทราบว่ามีมาตรฐานอะไรบ้าง รายละเอียดเป็นอย่างไร ?
 
การที่จะส่งสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปไปต่างประเทศจะต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานที่แตกต่างกัน ซึ่งจะต้องหาข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ สำนักมาตรการนำเข้าส่งออกสินค้าทั่วไป ชั้น 10 กรมการค้าต่างประเทศ 44/100 ถ. สนามบินน้ำ - นนทบุรี ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0-2547-5123 โทรสาร 0-2547-5123
 
 
4
ถ้าต้องการที่จะส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?
 
ธุรกิจการส่งออก นับว่าเป็นธุรกิจอีกแขนงหนึ่งที่มีความสำคัญต่อผู้ประกอบการและเราเป็นจำนวนมากในปีหนึ่ง ๆ และรายได้ เหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกนำมาใช้พัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อให้ธุรกิจการส่งสินค้าออก ของไทยประสบความสำเร็จ และมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการที่จะเข้ามาในธุรกิจนี้ จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ขั้นตอน และกระบวนการปฏิบัติต่าง ๆ ในการส่งออกสินค้าให้ดีเสียก่อน
 

เนื่องจากขั้นตอนการส่งออกสินค้า เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการส่งออกจะต้องทำความเข้าใจและศึกษาข้อปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อให้การประกอบธุรกิจส่งออกเป็นไปอย่างสะดวกและได้รับผลสำเร็จคุ้มค่ากับความตั้งใจในการลงทุน

 
ขั้นตอนการส่งออกประกอบด้วย
  1. การจดทะเบียนธุรกิจ
  2. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการขอมีเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
  3. เสนอขายและรับการสั่งซื้อ
  4. การเตรียมสินค้า
  5. ติดต่อขนส่ง
  6. จัดเตรียมเอกสารเพื่อการส่งออก
  7. ติดต่อผ่านพิธีการศุลกากร
  • พิธีการตรวจเอกสาร
  • พิธีการตรวจสินค้า
  1. การส่งมอบสินค้า
  2. การเรียกเก็บเงินค่าสินค้า
  3. ขอรับสิทธิประโยชน์
 
 
5
การส่งออกสินค้าโดยผ่านบริษัทส่งออกของเอกชนที่มารับช่วงจัดการเรื่องการจัดส่งมีข้อดีข้อเสีย อย่างไร ?
 
การส่งออกสินค้าโดยผ่านเอกชนมีข้อดีข้อเสียดังนี้
ข้อดี
  1. สะดวกรวดเร็ว เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ทำธุรกิจด้านนี้โดยเฉพาะ ทำให้รู้ขั้นตอนกฎระเบียบเป็นอย่างดี
  2. ในกรณีที่ส่งออกจำนวนไม่มากจะได้ Share ตู้ Container ร่วมกับผู้ส่งออกรายอื่นได้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย
  3. ไม่ยุ่งยาก เนื่องจากบริษัทส่งออกจะจัดการให้ทั้งหมด ตั้งแต่มารับของที่โรงงานไปส่งท่าเรือ จนส่งของถึงปลายทาง
ข้อเสีย
  1. เสียค่าใช้จ่ายสูง เพราะบริษัทเอกชนจะคิดค่าบริการในการดำเนินเอกสารนอกเหนือจากค่าขนส่ง
   
 
6
อยากทำธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเอง แต่ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอะไรอยากได้คำแนะนำ?
 
หากคุณสนใจอยากทำธุรกิจของตนเอง คุณอาจมีความสามารถที่จะทำธุรกิจได้ทันที เพียงแต่ยังไม่กล้าตัดสินใจในกรณีนี้คุณต้องหาวิธีเลือกธุรกิจที่เหมาะสมกับคุณ โดยการวิเคราะห์และพิจารณาดังต่อไปนี้
 
  1. ทำในสิ่งที่คุณชอบ เช่น ชอบแต่งตัว ชอบอาหาร ท่องเที่ยว เป็นต้น
  2. มีการสนองความต้องการของผู้บริโภค คือ ต้องดูความต้องการของตลาดว่าในสถานการณ์นั้นอิ่มตัวแล้วหรือยัง
  3. มีความถนัดเฉพาะด้านและทำในสิ่งที่ตนเองถนัด
  4. เลือกธุรกิจที่ต่อยอดของเดิม คือพิจารณาดูจุดอ่อนของผลิตภัณฑ์นั้น และนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา
  5. รับช่วงการผลิต มีธุรกิจหลายประเภทที่ต้องพึ่งพาอาศัยแหล่งผลิตอื่นช่วยผลิต โดยตนเองไม่สามารถผลิตได้ทั้งหมดทุกขั้นตอน เช่น วัตถุดิบต่าง ๆ เป็นการแบ่งงานกันทำตามความถนัดของแต่ละคน ในการคิดหาทำธุรกิจที่เหมาะสมกับคุณนั้น ควรจะพิจารณาด้านต่าง ๆ ให้รอบคอบเปรียบเทียบข้อได้เปรียบ เสียเปรียบ คิดหาแนวแก้ไขในกรณีเกิดปัญหา และเมื่อไตร่ตรองแล้วต้องกล้าตัดสินใจ และทำตามที่คุณพิจารณาแล้ว
 
 
7
ระบบการทำบัญชีเบื้องต้นในรูปของบริษัทควรทำอย่างไร ?
 
ระบบบัญชีเบื้องต้นของบริษัทที่ผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจควรจะทำ คือ
 
  1. งบกำไรขาดทุนประจำเดือน เพื่อทำให้ผู้ประกอบการทราบว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีกำไรหรือขาดทุนเท่าไร และควรจะปรับปรุงการดำเนินงานในด้านไหนบ้าง เช่น การขายสินค้า บางประเภทขายได้มาก บางประเภทขายได้น้อย หรือขายไม่ได้เลยเป็นต้น
  2. งบกระแสเงินสดประจำเดือน เพื่อทำให้ผู้ประกอบการทราบว่า บริษัทของตนเองมีเงินสดสำหรับหมุนเวียน ในธุรกิจ เหลืออยู่มากน้อย เพียงไร ถ้าไม่เพียงพอจะต้องเตรียมตัวหาแหล่งเงินทุนเมื่อไร
  3. รายละเอียดบัญชีที่สำคัญ เช่น บัญชีลูกหนี้ บัญชีเจ้าหนี้ บัญชีสินค้าคงเหลือ บัญชีเงินสด และเงินฝากธนาคารเป็นต้น ทั้งนี้ให้ดูจากความสำคัญของบัญชีแต่ละบัญชีในธุรกิจของตนเอง
 
 
8
มีร้านค้าหลายร้านที่เปิดจำหน่ายโดยที่ไม่ชื่อร้าน ไม่มีการจ่ายภาษี ถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่และทำ ไม่เขาถึงสามารถดำเนินการมาได้เป็นเวลานาน ?
 
ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี
 
  1. ร้านค้าไม่จำเป็นต้องมีชื่อร้านก็ได้ แต่ถ้ามีลักษณะเป็นการพาณิชยกรรม เช่น การซื้อขายสินค้า จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะมีเพียงที่อยู่ของสถานประกอบการอย่างเดียวก็ได้
  2. การจ่ายภาษีขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกิจการนั้น ๆ ถ้ากิจการไม่กำไรก็ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งวิธีการในการคำนวณภาษีของกิจการ ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของธุรกิจด้วย เช่น กิจการเจ้าของคนเดียว คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือบริษัทจำกัด เป็นต้น
 
 
9
อยากทราบว่าบาร์โค้ดที่ติดบนตัวสินค้ากับเลขหมายประจำตัวสินค้าที่อยู่ด้านล่าง มีความสัมพันธ์กัน อย่างไร?
 
ชุดเลขหมายประจำตัวสินค้าเมื่อเข้าสู่โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะถูกแปลงเป็นเส้นบาร์สีเข้มและสีอ่อนสลับกัน และในทางกลับกัน เครื่อง Scanner จะอ่านแท่งบาร์ทั้งหมดแล้วทำการแปลงเป็นเลขหมายประจำตัวสินค้า ฉะนั้นบาร์โค้ดที่พิมพ์ถูกต้อง จะต้องประกอบด้วยแท่งบาร์และเลขหมายประจำตัวสินค้ากำกับอยู่ด้านล่างเสมอ เพื่อประโยชน์ในกรณีที่เครื่อง Scanner ขัดข้องหรือไม่สามารถอ่านบาร์โค้ดได้ เจ้าหน้าที่ตรงจุดขายจะป้อนเลขหมายประจำตัวสินค้าที่ปรากฏอยู่แทนการใช้เครื่อง Scanner
 
 
10
รหัสภายใน (Internal Code) และรหัสมาตรฐาน EAN - 13 มีขอบเขตการใช้งานแตกต่างกัน อย่างไร?
 
รหัสภายใน คือ รหัสที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อควบคุมภายในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง และเป็นที่ ทราบกันเฉพาะเจ้าหน้าที่ ภายใน หน่วยงาน เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากรหัสมาตรฐาน EAN-13 ที่สามารถใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก เพราะสะดวก และขจัดปัญหาการ ซ้ำซ้อนในการทำงานภายใต้ระบบบาร์โค้ดที่หลากหลายที่มีการใช้กันอยู่ในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น รหัสมาตรฐาน EAN -13 จึงมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ทั้งการควบคุมภายในและภายนอกองค์กรในการจัดการภายใต้บาร์โค้ดระบบเดียว
 
 
11
เพราะเหตุใดจึงแนะนำให้พิมพ์บาร์โค้ดระบบ ITF-14 บนกล่องลูกฟูกทั้ง 4 ด้านของกล่อง ?
 
กล่องสินค้ามีขนาดใหญ่ ทำให้ไม่สะดวกที่จะเคลื่อนย้ายหรือหยิบขึ้นมาอ่านบาร์โค้ดเหมือนสินค้าขายปลีกทั่วไป ผู้ผลิตไม่ควร สั่งพิมพ์บาร์โค้ดเพียงด้านเดียวของกล่อง เพราะอาจไม่สะดวกและสิ้นเปลืองเวลาขณะตรวจคลังสินค้าหรือจัดจำหน่าย เมื่อบาร์โค้ดหันอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกับเครื่องอ่านบาร์โค้ด ดังนั้น ควรพิจารณาและสั่งพิมพ์บาร์โค้ด ทั้งสี่ด้านของกล่องบริเวณ มุมขวาด้านล่างของกล่อง หรืออย่างน้อยให้สั่งพิมพ์บนด้านที่อยู่ติดกันสองด้าน โดยด้านหนึ่งพิมพ์บริเวณมุมขวา ด้านล่าง และด้านที่ติดประชิด กันพิมพ์บริเวณมุมซ้ายด้านล่างของกล่อง
 
 
12
เมื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่แทนบรรจุภัณฑ์เดิม ควรเปลี่ยนแปลงเลขหมายบาร์โค้ดหรือไม่ ?
   
  ผู้ผลิตต้องตรวจสอบในท้องตลาดและคลังสินค้าว่ามีสินค้าของบรรจุภัณฑ์เดิมเหลืออยู่หรือไม่ หากในตลาด ยังคงมีสินค้า บรรจุภัณฑ์เดิม จำเป็นต้องเปลี่ยนเลขหมายเพื่อรักษาบรรจุภัณฑ์เดิมไว้ระยะหนึ่งก่อน และเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้า บรรจุภัณฑ์ ใหม่และเก่าปะปนกัน แต่หากไม่มีบรรจุภัณฑ์เดิมจำหน่ายแล้ว ผู้ผลิตสามารถใช้เลขหมายบรรจุภัณฑ์ เดิมบนบรรจุภัณฑ์ใหม่ ได้ทันที และไม่จำเป็นต้องแจ้งให้คู่ค้าทราบด้วย
   
   
13
ปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าที่ทำจากผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอมือ แปรรูป รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ เช่น กรอบรูป กระเป๋าใส่ CD เป็นต้น ซึ่งธุรกิจดังกล่าวเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก โดยส่วนใหญ่เป็นการจัดจำหน่ายโดยการส่งไปยังลูกค้าที่เป็นร้านค้าจำหน่ายทั้งในกรุงเทพฯ และภายในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ในขณะนี้มีความต้องการที่จะทำการตลาดส่งออกไปต่างประเทศ อยากทราบว่าจะเริ่มต้นทำธุรกิจส่งออกอย่างไร ?

คำถามนี้คงต้องพิจารณาเป็น 2 ประเด็น คือต้องการเพียงขายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศหรือต้องการจะดำเนินการเป็นผู้ส่งออกเอง เพราะในประเด็นแรกก็เพียงดำเนินการติดต่อหาตัวแทนการส่งออกหรือ Trader เพื่อขายสินค้าไปยังต่างประเทศ ซึ่ง Trader เหล่านี้จะเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่ถ้าเป็นประเด็นหลังคงต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับการทำธุรกิจระหว่างประเทศ หรือต้องศึกษาเรื่องของการส่งออก เพราะการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ จะมีเรื่องของ ขั้นตอน กฎเกณฑ์ กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่างๆ และงานเอกสารมากมาย และแตกต่างกันออกไปตามประเทศและประเภทสินค้า ซึ่งหน่วยงานที่ให้ความรู้ด้านการส่งออกโดยตรงทั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและการฝึกอบรมเพื่อเป็นผู้ประกอบธูรกิจส่งออกก็คือ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2512-2670 หรือ Hotline 1669 หรือจาก Website ของกรมส่งเสริมการส่งออก www.depthai.go.th ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการเริ่มต้นในการทำธุรกิจส่งออกอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ในบริการของ สสว. เกี่ยวกับการทำธุรกิจส่งออก ศูนย์ประสานและบริการ SMEs ของ สสว. จะมีที่ปรึกษาด้านการตลาดส่งออก เข้ามาให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ สัปดาห์ละหนึ่งครั้งคือทุกวันศุกร์ระหว่างเวลา 9.00 – 16.00 น. โดยสามารถติดต่อนัดหมายล่วงหน้าก่อนที่ศูนย์ประสานและบริการ SMEs ของ สสว. หมายเลขโทรศัพท์ 0 -2278-8800 ต่อ 400

   
14
ผมยังไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน สนใจอยากทำธุรกิจ อยากถามว่าจะต้องทำอย่างไร ?

ถ้ายังไม่เคยทำธุรกิจมาก่อนและต้องการทำธุรกิจ หรือต้องการเริ่มต้นสำหรับการเป็นผู้ประกอบการ สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเป็นเบื้องต้น คือเรื่องของความพร้อมของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความสามารถ เวลา ความชอบ ทุนในการทำธุรกิจ เพราะธุรกิจมีจำนวนมากมายหลากหลาย ซึ่งธุรกิจประเภทหนึ่งอาจเหมาะกับคนประเภทหนึ่งที่จะทำแล้วประสบความสำเร็จ ดังนั้นในเบื้องต้นจึงควรเริ่มต้นศึกษา เกี่ยวกับธุรกิจที่ตนเองอยากจะทำให้ลึกซึ่งก่อนเป็นเบื้องต้น เพราะในปัจจุบันก็มีแหล่งความรู้เกี่ยวกับการเริ่มต้นธุรกิจอยู่หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นจากหนังสือ วารสาร นิตยสาร Website ที่มีข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการโดยเฉพาะ Website ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม www.dip.go.th ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการเริ่มต้นในการทำธุรกิจ หรือของ สสว. www.sme.go.th นอกจากนี้ศูนย์ประสานและบริการ SMEs ของ สสว. ซึ่งจะมีที่ปรึกษาด้านการจัดการ เข้ามาให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ สัปดาห์ละหนึ่งครั้งคือทุกวันศุกร์ ระหว่างเวลา 9.00 – 16.00 น. โดยสามารถติดต่อนัดหมายล่วงหน้าก่อนที่ศูนย์ประสานและบริการ SMEs ของ สสว. หมายเลขโทรศัพท์ 0 -2278-8800 ต่อ 400

   
15
ผมมีที่ดินอยู่แปลงหนึ่งซึ่งไม่มีภาระจำนอง คิดว่าอยากทำกิจการ Apartment โดยขณะนี้มีเงินทุนส่วนตัวประมาณ 1 ล้านบาท อยากทราบว่าจะเริ่มต้นทำกิจการ Apartment อย่างไร ?

เนื่องจากคำถามที่ระบุยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเพียงพอที่จะตอบได้อย่างชัดเจน ดังนั้นก็คงจะขอตอบในภาพรวมเกี่ยวกับธุรกิจ Apartment ตามที่ถามมา โดยส่วนใหญ่การจะทำธุรกิจ Apartment นั้นจะดูจากทำเลที่จะทำว่ามีความต้องการของลูกค้าที่จะเข้ามาเช่าในปริมาณมากหรือมีปริมาณที่เพียงพอ เช่น อยู่ในแหล่งชุมชน ใกล้แหล่งสำนักงาน ใกล้มหาวิทยาลัย ซึ่งในทำเลจะเป็นตัวระบุเกี่ยวกับอัตราค่าเช่าว่าสามารถกำหนดได้ในระดับใด ในส่วนที่ดินซึ่งไม่มีภาระจำนองอาจหมายถึงว่าจะใช้ที่ดินไปเป็นหลักประกันเงินกู้กับทางธนาคาร เพื่อใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งทางธนาคารก็จะประเมินมูลค่าที่ดินเพื่อกำหนดวงเงินสินเชื่อ โดยปกติก็จะให้ประมาณ 60-80% ของมูลค่าที่ดิน แล้วแต่ทำเลที่ตั้งและราคาประเมิน ซึ่งโดยปกติแล้วค่าก่อสร้างอาคาร Apartment อาจคิดเฉลี่ยเป็นต่อตารางเมตร หรือคิดเป็นการลงทุนต่อห้องซึ่งรวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ห้องละ 150,000 -250,000 ซึ่งอาจสูงหรือต่ำกว่านี้ก็ได้ แล้วแต่ระดับค่าห้องหรือลูกค้า โดยค่าเช่าที่ได้จากการเช่าตามที่ประมาณการไว้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด ต้องเพียงพอที่จะชำระคืนเงินกู้จากทางธนาคาร ซึ่งโดยปกติควรจะชำระคืนทั้งหมดได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 7-10 ปี ส่วนขั้นตอนต่างๆในการทำธุรกิจก็จะเป็นเรื่องของธุรกิจการบริกการโดยทั่วไป แต่เป็นธุรกิจที่มีการลงทุนในช่วงแรกสูงในส่วนของการก่อสร้าง และการบำรุงรักษา แต่สามารถให้ผลตอบแทนแก่ผู้ลงทุนในระยะยาวได้ดีถ้าอยู่ในแหล่งทำเลที่ดี แต่ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลที่ถามยังมีรายละเอียดน้อยเกินไปพอที่จะระบุอย่างชัดเจน ดังนั้นถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้ามาติดต่อที่ศูนย์ประสานและบริการ SMEs ของ สสว. ซึ่งจะมีที่ปรึกษาด้านการเงิน ให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ ทุกวันทำการระหว่างเวลา 9.00 – 16.00 น. โดยสามารถติดต่อนัดหมายล่วงหน้าก่อนที่ศูนย์ประสานและบริการ SMEs ของ สสว. หมายเลขโทรศัพท์ 0 -2278-8800 ต่อ 400

   
16
อยากทราบรายละเอียดกองทุนร่วมลงทุนของ สสว. ?

สสว.ได้ลงรายละเอียดทั้งหมดของกองทุนร่วมลงทุน ซึ่งท่านสามารถเข้าดูได้จาก Website ของ สสว. www.sme.go.th ในเมนูบริการ SMEs ซึ่งจะมีรายละเอียดเบื้องต้นทั้งหมดตั้งแต่ วัตถุประสงค์ กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย คุณสมบัติของธุรกิจ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขต่างๆในการสนับสนุนของกองทุนร่วมลงทุน ซึ่งควรตรวจสอบเบื้องต้นก่อนว่าธุรกิจของท่านสามารถเข้าร่วมกองทุนร่วมลงทุนได้หรือไม่ หรือมีข้อจำกัดใดบ้าง และถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัยในรายละเอียดที่ระบุไว้ ก็สามารถติดต่อเข้ามาเพื่อขอรายละเอียดได้ที่ส่วนบริการปรึกษาการเงินและการร่วมลงทุน สสว. หมายเลขโทรศัพท์ 0 -2278-8800 ต่อ 401 หรือ 402 ครับ

   
17
ต้องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของขนมให้มีความทันสมัยและเป็นที่น่าสนใจ อยากให้แนะนำหน่วยงานและเบอร์โทร. ที่พอจะให้คำปรึกษาในเรื่องนี้ได้ ?
สำหรับหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาในเรื่องของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ก็มีอยู่หลายหน่วยงาน เช่น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม หมายเลขโทรศัพท์ 0-2202-4491 , ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ กรมส่งเสริมการส่งออก หมายเลขโทรศัพท์ 0-2511-5202 หรือ Hotline 1669 รวมถึงที่ ศูนย์ประสานและบริการ SMEs ของ สสว. ซึ่งจะมีที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เข้ามาให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ สัปดาห์ละหนึ่งครั้งคือทุกวันจันทร์ ระหว่างเวลา 9.00 – 16.00 น. โดยสามารถติดต่อนัดหมายล่วงหน้าก่อนที่ศูนย์ประสานและบริการ SMEs ของ สสว. หมายเลขโทรศัพท์ 0 -2278-8800 ต่อ 400
   
18
ได้สมัครเป็นสมาชิก สสว. ไปเมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว ไม่ทราบว่าการเป็นสมาชิก สสว. จะได้อะไร ?
ขณะนี้ สสว. กำลังเร่งดำเนินการกำหนดและจัดสร้างกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะสนับสนุนและพัฒนาการดำเนินธุรกิจของสมาชิก สสว.ในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจ รวมถึงกลุ่มสมาชิก สสว. ที่ยังไม่ได้ทำธุรกิจ แต่กำลังมองหาโอกาสทำธุรกิจ โดยกิจกรรมที่จะเป็นสิทธิประโยชน์แก่สมาชิก สสว. จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม และให้มีความต่อเนื่อง ตั้งแต่มกราคม 2550 เป็นต้นไป โดยในเบื้องต้นจะขอแจ้งถึงสิทธิประโยชน์แก่สมาชิก สสว. ที่กำลังจะได้รับ คือ
กลุ่มผู้ประกอบการสมาชิก สสว.
  1. ได้รับจุลสารวิเคราะห์และเตือนภัย SMEs
  2. ส่วนลดในโครงการหรือกิจกรรมของ สสว. หรือจากการใช้บริการหน่วยงานของรัฐและเอกชน
  3. รับสิทธิเข้าร่วมงานแสดงสินค้า โดยอาจได้รับบูธฟรีหรือในราคาพิเศษ(ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของการจัดงานแต่ละครั้ง)
  4. รับสิทธิในการเข้าปรึกษาการดำเนินธุรกิจในด้านต่าง ๆ
  5. สิทธิในการใช้บริการด้าน E-Service ต่าง ๆ ผ่าน www.sme.go.th เช่น การเข้าดูบทวิเคราะห์ และเตือนภัยสภาวะของธุรกิจ, E-Market Place, E-Mentor, Business Channel, Digital University
  6. การเข้ารับการฝึกอบรมและสัมมนาความรู้ในการดำเนินธุรกิจด้านต่าง ๆ
  7. ฯลฯ

กลุ่มสมาชิก สสว. (บุคคลทั่วไปที่ยังไม่ได้ทำธุรกิจ แต่มองหาโอกาสการทำธุรกิจ)

  1. ส่วนลดในโครงการหรือกิจกรรมของ สสว. หรือจากการใช้บริการหน่วยงานของรัฐและเอกชน
  2. รับสิทธิในการเข้าปรึกษาการดำเนินธุรกิจในด้านต่าง ๆ
  3. สิทธิในการใช้บริการด้าน E-Service ต่าง ๆ ผ่าน www.sme.go.th เช่น การเข้าดูบทวิเคราะห์ และเตือนภัยสภาวะของธุรกิจ, Virtual Coach, Digital University, Incubation
  4. การเข้ารับการฝึกอบรมและสัมมนาความรู้ในการเริ่มต้นดำเนินธุรกิจ
  5. ฯลฯ
สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจหรือบุคคลทั่วไปที่กำลังมองหาโอกาสทำธุรกิจ และยังมิได้เป็นสมาชิก สสว. ทางสำนักงานฯ จึงขอเชิญชวนสมัครเป็นสมาชิก เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจต่อไป
   
19
ได้ยินว่า ในการติดต่อขอสินเชื่อจากธนาคาร จะต้องมีการเขียนแผนธุรกิจประกอบการขอสินเชื่อ ขอถามว่า แผนธุรกิจคืออะไร ? และทำไมจะต้องเขียนแผนธุรกิจประกอบการขอสินเชื่อ ?

ปัจจุบันการติดต่อขอสินเชื่อจากธนาคารสำหรับสินเชื่อธุรกิจ ทุกๆธนาคารจะต้องมีการให้ผู้ประกอบการหรือผู้กู้ ทำการจัดทำแผนธุรกิจประกอบการพิจารณาในการให้วงเงินสินเชื่อ โดยความหมายในภาพรวมของแผนธุรกิจคือ เอกสารที่แสดงถึงกระบวนการในการวางแผนในการดำเนินธุรกิจของผู้กู้ ว่ามีกระบวนการในการวางแผนและการดำเนินการอย่างไรและมีประสิทธิภาพหรือไม่ ทั้งในด้านการบริหารจัดการ ด้านการตลาด ด้านการผลิตหรือการบริการ ด้านการเงิน รวมถึงผลการดำเนินการที่เกิดขึ้น และข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับธูรกิจ ซึ่งอาจพิจารณาได้จากการเติบโตของธุรกิจ หรือผลกำไร เป็นต้น โดยเหตุผลที่ทางธนาคารต้องให้มีการจัดทำแผนธุรกิจก็เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการอนุมัติวงเงิน เพราะผู้กู้ที่มีการวางแผนในการดำเนินธุรกิจที่ดี มีการคิดอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้ธุรกิจดำเนินการไปได้ด้วยดีและไม่เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ประมาณการทางการเงินในแผนธุรกิจธุรกิจ ยังช่วยเป็นข้อมูลในการพิจารณาเกี่ยวกับแหล่งที่มาและใช้ไปของกระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจ ว่าเพียงพอที่จะชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมตามเงื่อนไขของทางธนาคารได้หรือไม่อีกด้วย โดยสำหรับท่านที่ยังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบและการจัดทำแผนธุรกิจ สามารถ Download คู่มือการเขียนแผนธุรกิจได้จาก Website ของ สสว. www.sme.go.th ครับ

   
20
ผมวางแผนจะผลิตสินค้าใหม่ชนิดหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีวางขายในตลาด โดยจากการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ พบว่ามีโอกาสเป็นที่ยอมรับในตลาดได้ แต่มีข้อกังวลว่า หากสินค้าของผมวางขายในตลาดแล้ว จะเกิดสินค้าเลียนแบบเข้ามาแข่งขัน ขอถามว่า ผมควรทำอย่างไร ?
คงต้องตอบว่าเป็นการยากสำหรับประเทศไทยที่จะป้องกันการเกิดสินค้าเลียนแบบขึ้น แต่อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งก็คือ สินค้าที่ถูกเลียนแบบนั้นต้องเป็นสินค้าที่ขายได้ดีในตลาดหรือเป็นที่นิยมของลูกค้า จึงจะเกิดมีผู้เข้ามาผลิตสินค้าเลียนแบบขึ้น เพราะบ่อยครั้งที่พบว่าสินค้าใหม่ที่ออกมาวางขายในตลาดแต่ไม่เกิดสินค้าเลียนแบบขึ้นเลย เพราะสินค้าตัวนั้นไม่เป็นที่นิยม หรือไม่คุ้มค่าในการผลิตเลียนแบบหรือเข้ามาแข่งขัน เพราะมีลูกค้าจำนวนน้อยราย แต่ในเบื้องต้นถ้าคุณตั้งใจจะผลิตสินค้าใหม่ขึ้นมา สิ่งที่ควรจะทำก่อนคือการจดทะเบียนเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในตัวสินค้าของคุณ โดยหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบในส่วนนี้คือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2547-4631 หรือดูรายละเอียดและขั้นตอนต่างๆ จาก Website ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา www.ipthailand.org ก็จะช่วยให้เข้าใจในรายละเอียดขึ้นครับ ส่วนแนวทางในการดำเนินการตลาดเพื่อป้องกันสินค้าเลียนแบบมีอยู่หลายวิธี เช่น ใช้การสร้าง Brand ใช้การกระจายสินค้าให้ครอบคลุมลูกค้าเป้าหมายให้มากที่สุด ใช้การทำสินค้าออกมาหลายๆแบบ เป็นต้น ซึ่งค่อนข้างมีวิธีการที่หลากหลาย และขึ้นอยู่กับลักษณะของตัวสินค้าและกลุ่มลูกค้าด้วย โดยต้องพิจารณาเป็นกรณีเฉพาะไป ซึ่งคงไม่สามารถระบุได้ในที่นี้ เพราะคุณก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นสินค้าอะไร
 
   
กลุ่มของคำถาม - Digital University
 
update 9 มิย. 51
1 จะสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรของ e-SMEs University อย่างไร
   
  การสมัครเข้าเรียน e-SMEs University ปฏิบัติดังนี้ครับ
1. สมัครเป็นสมาชิก สสว. ก่อน (ทางเวบไซต์ก็ได้ครับ) เพ่ือให้ได้ ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน
2. ไปที่หน้าหลักของเวบไซต์ สสว. แล้วคลิกที่แบนเนอร์ e-SMEs University (สังเกตดูทางซ้ายมือ) เมื่อขึ้นหน้าใหม่ก็ให้กรอก ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน แล้วคลิกเข้าระบบ
3. เมื่อเข้าระบบได้ แนะนำให้อ่านคู่มือการเข้าเรียนก่อน จากนั้นเลือกวิชาเรียนได้เลย ตอนนี้มี 12 ชุดวิชา เรียนวิชาไหนก่อนก็ได้ การสอบจะประกาศทางเวบไซต์ให้ทราบโดยทั่วกัน
4. มีปัญหาขัดข้อง โทร 02 2788800 ต่อ 302, 670, 571
   
   
   
 
**************************************************************************
   
   
  ที่มา : สสว.